Feel the Rain

posted on 20 Jul 2014 15:43 by sdbrns  in Photos
ชอบฟ้าใสๆ มากกว่า
 
     
 
 

ปาย+ห้วยน้ำดัง

posted on 09 Jun 2008 00:04 by sdbrns  in Photos
ว่างๆ ก็ขุด เอาของ(รูป)เก่า มาเล่าใหม่ อีกแล้ว 
 
27-29 NOV 2006           
ได้มีโอกาส แอบไปเที่ยว ปาย มาเป็นครั้งแรก
บรรยากาศ ดีมากๆ ชอบจริงๆ    
 
ช่วงนั้น ต้องไปดูงานแถวลำปาง เลย เลยไปเที่ยวเชียงใหม่ แล้วก็เลย เลย(อีกแล้ว)ไปเที่ยว ปาย

บรรยากาศ  ระหว่างทางจากเชียงใหม่ ไป ปาย     

โค้งแบบนี้  มีเยอะมาก ขับกันสนุกสนาน (โดยเฉพาะคนที่ชอบขับรถ)
แต่ถ้าเป็นคนที่เมารถง่าย ก็คงลำบากพอสมควร
 
มองขึ้นไปบนฟ้า ก็จะเห็น ฟ้าเป็นสีฟ้า เมฆเป็นสีขาว ไม่เหมือน ในเมืองหลวง
 
อันนี้ก็หน้าตา ที่พัก ที่ผมไปพักมา ได้บรรยากาศกระท่อมปลายนา มากมาก เพราะว่าถ้านั่งที่หน้าที่พัก ตอนเช้าๆ มองตรงออกมา ภาพที่เห็น  จะเป็นอย่างที่เห็น ด้านล่างนี้ 

ผมชอบบรรยากาศตอนเช้าที่ปาย มากๆ ทำให้คนที่ปกติ ตื่นสายมากๆ อย่างผม สามารถตื่นเช้า เพียงเพื่อที่จะมาชมบรรยากาศแบบนี้ 
บรรยากาศแบบที่คุณกำลังยืนบนสะพานไม้ไผ่ เห็น  สายหมอก เหนือ สายน้ำ
รู้สึกได้ถึงความเย็นของน้ำเบื้องล่าง

แล้วผมก็ไม่พลาด ที่จะ ไปดูทะเลหมอกยามสาย (เพราะขับขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นไม่ทัน) ที่ ห้วยน้ำดัง
ขนาดขึ้นไปสายแล้วก็ยังพอมี ทะเลหมอกให้เห็น ให้ไม่รู้สึกเสียดาย ที่ตัดสินใจขึ้นไปดู

พระอาทิตย์ขึ้นสูงมากแล้ว แต่ ทะเลหมอก ก็ยังคงมีอยู่ ให้เห็น


ดอกไม้ ริมทาง แถวๆนั้น

 

สายๆหน่อย ก็กลับลงมา หากาแฟ (ที่ไม่ใช่ STARBUCKS,CAFE NERO,COSTA,ฯลฯ) ในตลาด

แก้วละ 20 บาท เสริฟ พร้อม ชาร้อน สำหรับรสชาติ ผมว่า สู้แก้วละ 100 ในเมืองสบายๆ

กาแฟร้อนที่คุณสามารถดื่มได้ทันที เพราะ ถ้ารอ มันจะเย็นเร็วมาก เพราะอากาศ

สำหรับกิจกรรมที่จะมีให้ทำแถวนี้ ก็มีมากมาย เพราะแค่ไปเยี่ยมชมตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ก็มีเยอะจนไปกันไม่หมด ไม่ว่าจะเป็น น้ำพุร้อน,วัด,ที่เที่ยวต่างๆ,ฯลฯ

ขี่ช้าง ก็เป็น อีกกิจกรรม ที่เห็น ชาวต่างชาติ นิยมมาก

(ตอนที่ผมไปเรียนที่ลอนดอน อ.ถามเล่นๆ ว่าในห้อง มีใครเคยขี่ช้างบ้าง ผมตอบว่าผมเคย เพื่อนๆ ทั้งห้อง งง มาก เพราะ แค่เห็นช้าง สำหรับประเทศเขาแล้ว ยังเป็นเรื่องยาก แล้วถ้าให้ขนาดได้มีโอกาสขึ้นไปขี่ นี่ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ และ เพื่อนส่วนใหญ่ ก็ไม่เชื่อที่ผมพูด เพราะ ถึงผมจะมาจากเอเชีย แต่พวกเพื่อนที่เป็น คนญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ก็ไม่มีใครเคยขี่ช้าง ตอนนั้นผมไม่หลักฐานใดใดไปยืนยัน ซะด้วย)

แต่ผมเลือกที่จะ ไปตาม สถานที่เที่ยวต่างๆ มากกว่า ไปขี่ช้างตากแดด แบบนั้นอีก หรือไม่ก็ไปนั่งอ่านหนังสือ เพลินๆ ตามร้านที่น่านั่ง ต่างๆ ที่มีให้เลือก มากมาย หรือไม่ก็ไปตะเวณหาของกิน ที่ใครๆเขาว่าต้องไปกิน

เหมือนใครไป ก็ต้องไปกิน ขาหมูยูนาน ฤป่าว

 

สีสันกลางคืนของที่ ปาย ก็ ครึ๊กครื๊น พอสมควร                                                                บรรยากาศร้านขายของ ยามค่ำคืน มีของขายมากมาย อารมณ์แบบ วางแบกะดิน ขายสองข้างทาง

จะว่าไป นักท่องเที่ยวที่มาปาย เทียบกันแล้ว จะมีชาวต่างชาติ มากกว่าคนไทยมากๆ เพราะบางถนน ถ้ามองไป จะเห็นแต่ แม่ค้า พ่อค้า ที่เป็นคนไทย ที่เหลือ ต่างชาติล้วนๆ บางอารมณ์ยังเผลอคิดไปว่า นี่เรามาเที่ยวเมืองนอก หรือนี่
ร้านดัง ที่ปาย จะว่าไป ผมเสียตังค์ซื้อ เสื้อยืด กะ Postcard ก็ที่ร้านนี้ เพราะหน้าร้านมีโต๊ะเก้่าอี้ ให้นั่งเขียนกันตรงนั้นเลยว่าจะส่งถึงใคร ซึ่งกล่องไปรษณีย์(สีแดง)ก็วางอยู่โต๊ะ
 
ไม่มีอะไรมาก แค่ว่างๆงาน + เบื่อวันอาทิตย์ เลยขุด รูปเก่าๆ มาดูระลึกความหลัง  
 
ซึ่งยิ่งดู ก็รู้สึก อยากไปเที่ยวอีก ถ้าไปอีก คงได้ ถ่ายรูปมาเยอะกว่านี้ ตอนนั้น เน้นเที่ยว ไม่ค่อยถ่าย กลับมาก็เสียดาย รู้งี้ น่าถ่าย มาเยอะๆ เพราะบางที การไปให้เห็น อย่างเดียว ก็อาจไม่เพียงพอ
คราวหน้าคงไม่ต้องนั่ง งง แบบว่าคิดก่อน จะไปไหนดี

 

ไปเที่ยว Leeds Castle กัน

posted on 28 May 2008 16:43 by sdbrns  in Photos

ได้ปลายปีที่แล้ว ได้มีโอกาสไปเที่ยวปราสาท แห่งนี้ มาครับ

เริ่มต้นการเดินทางจากสถานีรถไฟ Victoria Station และควรจะไปลงที่สถานี Bearsted แต่เนื่องจากความผิดพลาดจากการหาข้อมูลในเน็ต ทำให้คิดไปเองว่า ต้องลง ที่สถานี Maidstone east ซึ่งถึงก่อน สถานี Bearsted หนึ่งสถานี


ภาพนี้จากสถานี Maidstone east

ตอนแรกว่าจะนั่งรถเมล์ต่อไป แต่ รถเมล์สายเดียวที่จะไปถึงที่หมาย ไม่วิ่งวันอาทิตย์ ก็เลยต้องนั่งรถไฟต่อไปอีกหนึ่งสถานี ซึ่งกว่ารถไฟเที่ยวต่อไปจะมา รอนานมาก เพราะรถไฟมัน delayed ประมาณว่ารอรถไฟเกือบสองชั่วโมง เพื่อจะนั่งบนรถไฟ 10 นาที เพื่อจะมาต่อรถตู้ไปยังปราสาท ซึ่งปกติก็จะมีรถตู้ให้บริการตามเวลาที่แน่นอนอยู่แล้ว ก็จ่ายค่ารถไปกลับ จากปราสาทกับสถานีรถไฟ คนละ £5 ก็จะได้ตั๋วเหมือนเศษกระดาษ(ที่ไม่น่าเก็บ) มาใบนึง ช่วงนั้นก็มีฝนตกนิดหน่อย ฟ้าครึ้มๆ ตลอดเวลา

พอไปถึงปราสาท ธรรมดาต้องซื้อบัตรเพื่อเข้าไปชมปราสาท แต่บังเอิญได้บัตรเข้าฟรีมา (ไม่งั้นคงไม่คิดจะไปเที่ยว) ก็เลยไม่ต้องเสียค่าเข้า

ก็ต้องเดินเท้าเข้าไปลึกพอสมควรกว่าจะถึงตัวปราสาท จริงๆก็มีรถบริการรับส่งภายในแต่ต้องรอนิดนึง ซึ่งคิดว่าเดินชมวิวเข้าไปเลย ก็ดีเหมือนกัน


ระหว่างทางเดินเข้าไป ก็จะเห็นเป็ดน้ำ (หรือห่านก็ไม่รู้)

เห็นคู่รักพากันมาเที่ยววันหยุด ดูน่ารักดี แต่จริงๆต้องเลี้ยวซ้ายนา เดินตรงไปไหนกันล่ะนั่น

ฟ้าครึ้ม มากๆ แอบมีฝนลงเล็กน้อย เป็นช่วงๆ

เดินไปซักพักก็จะเห็นตัวปราสาทตั้งอยู่กลางน้ำ (ในใจคิด ทำไมเล็กกว่าที่คิดเยอะเลยล่ะ)

ชอบแนวทางเดินที่เขาจัดไว้ให้นักท่องเท่ียวเดินเข้าชมปราสาท ซึ่งเขาจะให้อ้อมตัวปราสาทมาเข้าอีกทาง เหมือนทางเข้าใต้ดินอารมณ์ประมาณห้องลับ หรือไม่ก็ห้องเก็บของ ซักอย่าง โดยตอนจบก็จะไปออกทางหน้าปราสาทพอดี แบบว่าให้เดิน แบบ one way


ทางเข้าที่พูดถึง ทั้งจากมุมมองเข้าไป และ มุมมองจากข้างใน มองออกมา


ทางเดินต้องขึ้นบันได ไปเพื่อชมในตัวปราสาท ระหว่างทางก็มีเหมือนของที่เขาเก็บๆไว้ ให้ดูตลอดทางเดิน ไม่ว่าจะเป็นห้องเก็บไวน์ ห้องเก็บชุดเกราะ ฯลฯ


พอขึ้นไปถึงชั้น 1 ก็เหมือนเข้าไปอยู่ในบ้านที่มีหลายห้อง ตามทางเดินก็มี อุปกรณ์ ในการรบ เห็นประดับอยู่ตลอดทาง

ตามห้องต่างๆ ก็มีการจัดแสดงอุปกรณ์เครื่องใช้ เหมือนในอดีต คนดูก็เดินดูได้อย่างเดียว ห้ามไปแตะต้องของของเขา (ของมันมีอายุ) ซึ่งบางห้อง ก็ห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด เช่นห้องที่เห็นที่สุดทาง ขวามือ ถ้าจำไม่ผิดจะคือห้องChapel ซึ่งเป็นห้องเล็กๆ มีที่นั่งสวดมนต์เหมือนในโบสถ์ ที่ผนังมีรูปเขียนมากมาย(ที่ห้ามถ่าย) ส่วนใหญ่ก็เป็นรูปเล่าเรื่องของพระเยซู และ บางรูป ดูแล้วก็ไม่เข้าใจ สงสัยต้องไปอ่านดาวินชีโค๊ดก่อน แล้วไปดูอีกรอบ อาจจะget


^ ชอบบันไดอันนี้ พื้นเป็นไม้ ราวจับเป็นเชือกเส้นใหญ่

จริงๆมีคนมาเที่ยวเยอะ แต่ไม่ชอบเดินในหมู่ผู้คน เลย พยายามเดินแซง หรือไม่ก็ให้คนอื่นๆ แซงไปให้หมดก่อน แล้วถึงจะหยุด ดูและถ่ายรูป ตามมุม ที่ชอบๆ จริงๆไม่มีอะไรจะเล่าแล้ว ดูรูป ละกัน


จากรูปทางขวามือ ตรงทางเดินจะมีรูปนกต่างๆ เยอะมาก ไม่รู้ว่า เขาจะสื่ออะไรเหมือนกัน


รูปปั้นเล็กๆ (สูงประมาณ30ซม.) มีให้เห็นตามขอบหน้าต่าง โดยทั่วๆไป ในปราสาท


จริงๆไม่ได้อยากถ่ายขาว-ดำ หรือ ซีเปียเท่าไหร่ แต่โทนในปราสาท มันออกมาแบบนั้นเอง


อย่างรูปนี้ ถ้าไม่ใช่ ซีเปีย นี่ สีออกมา แบบ สับสน ชีวิต มากๆ จะว่าไป


ทางเดินที่มักจะเต็มไปด้วยกรอบรูป ก็มีให้เห็น โดยทั่วไป


อัศวินม้าไม้ ฤป่าว

พอเดินครบลูปที่เขากำหนดก็จะมาโผล่ออกทางประตูหน้า อย่างที่เห็น

ที่จริง ถ้ามาที่นี่ แต่เดินเลยเข้าไปอีกหน่อย ก็จะมี เขาวงกต ให้เล่น ซึ่งพอไปเล่น ทำให้รู้สึกว่า เขาวงกต มันต้องแบบนี้แหละ ยากมากๆ เดินกันเหนื่อย(ก็ยังหลงอยู่) แบบว่า ต้องเดินจากด้านนอกสุด เพื่อ จะเข้าไปยังเนินตรงกลางให้ได้ ซึ่งตอนเดินก็จะเห็น คนที่ไปถึงแล้ว อยู่ที่เนินตรงกลางมองมา ให่กำลังใจ คนที่ยังไม่สามารถไปถึง และบนนั้น ต้องมีเจ้าหน้าที่ คอยตะโกนบอกทาง ให้คนที่เดินหลงจนไม่ไหวแล้วจริงๆ ให้ไปถึงเนินนั้นให้ได้ (เป็นหนึ่งในคนที่ต้องเดินตามทางเจ้าหน้าที่เหมือนกัน ) ที่รู้สึกว่าเจ๋ง อีกอย่างคือ พอเดินไปถึงเนินนั่นแล้ว ถ้าจะออก ไม่ต้องเดินย้อนทางเดิม ให้เหนื่อย เพราะเขาสร้างทางใต้ดิน เชื่อมจากใต้เนินนั้น มาออกด้านนอก ตรงข้างๆ เข้าวงกตอยู่แล้ว

ว่างๆลองไปเล่นกันดู ไม่มีอะไรจะเล่าแล้น ไว้คราวหน้า (ว่างๆแบบคราวนี้) จะเอาเรื่องไปเที่ยว Oxford มาเล่า ละกัน (เล่ายาวไปป่าวเนี่ย ขอบคุณที่ชม จนจบ นะคร๊าบบบ)

ปล.ทุกรูป ถ่ายด้วยกล้อง compact digital รุ่นโบราณมาก รูปเลยออกมาไม่ค่อยเนียน (จริงๆฝีมือไม่ถึง หุหุ)

ข้างล่างนี่คือ ที่เขียนไว้ หลังไปเที่ยวกลับมาหมาดๆ กลัวลืม

On Sunday (11NOV07) I was visiting Leeds Castle with a colleague.We were meeting at Victoria Station by 9 O'clock in the morning and bought cheap day return tickets from a ticket selling machine.We got tickets from London to Maidstone east.The train departed at 9:18 and then arrived at its destination at 10:20. We were looking for a coach to Leeds castle around this station but we found nothing.We asked a station officer about the coach,how to get there and he told us "if you want to get to Leeds castle you have to alight at Bearsted station (next station) where the coach is or go to a bus station and look for a bus to get there but I'm not sure".We realized we had bought the wrong tickets and then we decided to go there by bus.We were walking though a shopping street in town to go to the bus station at the end of the street.We were looking for a bus which went to Leeds castle.We found only one bus that could go there (route 13) but it was not working on Sunday. So we came back to the train station and looked for the next train but the train was delaying so we had to wait an hour and a half for it.We decided to go back to the shopping street again for lunch.We were looking for a cheap restaurant on the street.A traditional English breakfast restaurant was chosen.I paid £3.80 for a breakfast set with a cup of coffee and my colleague paid £3.00 for the same set but he chose a cup of English tea.We were waiting until the time.We got on the train at 12:38 and arrived at Bearsted before 12:50.The coach was easily found but it looked like a van(a coach we had imagined is not like this).We had to pay £5 each person to a van driver for a return ticket.Before moved to the castle the driver told us about the time to returned "When you want to return to the train station you have to be at the bus stop at ten past two,ten past three and the last coach departs at ten past four.If you miss all of them don't panic we have the next coach in the tomorrow morning"he said. Whatever we were visiting Leeds castle.

Studio 5050 นำเสนอ the embrace-me hoodies เสื้อที่มีไฟสว่างเมื่อกอดกัน

วิธีใช้ เมื่อคนสองคนที่ใส่เสื้อนี้มากอดกัน (ลายด้านหน้าเสื้อมาประกบกัน) พลังงานที่เกิดจากเสียงหัวใจเต้นจะส่งไปที่ด้านหลังของเสื้อที่เป็นจุดๆ ในรูปให้สว่างขึ้น 

ตัวเสื้อ ทำจาก "silver conductive fabric."
แน่นอน เสื้อนี้ ขายเป็นคู่ ราคา $480-$600 (ต่อคู่)  เขาว่าอนาคตจะถูกลงเรื่อย (ก็แน่ล่ะ ถ้าขายได้)

ชอบตรงที่ เป็น idea ให้คนอยากกอดกันมากขึ้น 

แบบว่า อยากให้ไฟติดอ่ะ ขอกอดหน่อย